ขนหัวลุกบนเตียง

posted on 30 Mar 2009 17:37 by sofar-sogood

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ของโนะเองค่ะ ไม่ได้ปั้นแต่งแต่อย่างใด เด็ก ๆ เวลาปิดเทอมแม่จะพาไปอยู่บ้านคุณยาย ก็เป็นบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน แต่ถัดจากหมู่บ้านไปเป็นสวนค่ะ ถัดจากสวนเป็นวัด  โนะเป็นคนกลัวผีแต่เด็กเลยค่ะ แต่ชอบดูหนังผี  ชอบฟัง  อ่านเรื่องผี  ก๊วนเพื่อนโนะ ก็จะไปหาซื้อหนังสือผี มานั่งล้อมวงอ่านกันตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ มีอยู่ครั้งนึงจำได้แม่นเลย ในขณะที่เล่าเรื่องผีกันอยู่ ไฟก็ดับพรืบ  กรี๊ดกันลั่นบ้าน คนที่เล่าเรื่องผีอยู่วางหนังสือลง แล้วทุกคนก็เพ่น กลับบ้านใครบ้านมัน

 

"อ๊ากกกกกกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดดด หนีกลับบ้านไปกันหมด แล้วฉันหล่ะ จะหนีไปไหน ก็นี่มันบ้านฉัน

" วิ่งขึ้นบันได "ตึ้ง...ตึง....ตึ้ง" คุณยาย คุณยาย ไฟดับ ไฟดับ

 

เข้าไปหาคุณยายในห้องคลุมโปงเบียดข้าง ๆ คุณยาย เวลาดึก ๆ ถ้าปวดฉิ้งฉ่องไม่มีทางเลยที่จะลุกไปคนเดียวก็ต้องเรียกคุณยาย ไม่ก็พี่เลี้ยงไปเป็นเพื่อน เพราะ ใกล้ ๆ ห้องน้ำจะมีหน้าต่าง ตอนกลางคืนมองออกไปทางหน้าต่างก็จะเห็นแต่ความมืด 

 

วันดีคืนดี ได้ยินเสียงโหยหวนมาก ๆ มากจนขนลุก ผ่านเข้ามาทางหน้าต่างนั้น  โนะเองคิดว่าเป็นเสียงของอะไรที่เค้าสูง ๆ สูงกว่าต้นไม้  เสียงวี้ดดดดแบบเจ็บปวด ทรมาน รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานจากเสียงของเค้า แต่ไม่กล้าจะถามว่ามีใครได้ยินมั๊ย เพราะคุณยายเคยบอกไว้ว่าห้ามทัก

 

เรื่องขนหัวลุกของโนะมันเริ่มต้นจาก ที่ ๆ โนะทำกิจกรรมรับน้อง ป.โท กับที่คณะ   ต้องเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดที่โนะไม่คิดจะเยี่ยงกายเค้าไปอีก บอกตามตรงว่ากลัวค่ะ

 

ตอนไปเรานั่งรถโค้ช 2 ชั้นของมหาลัยไป โนะนั่งอยู่ชั้น 2 ฝั่งขวาติดริมกระจก ระหว่างทางดูวิวไปพราง คุยกับเพื่อนไปพราง จนถึงเขตจังหวัดมุ่งหมาย เชื่อมั๊ยค่ะว่าตลอดทางไม่คิดที่หันมาดูวิวข้างซ้ายเลยเพราะตัวเองนั่งอยู่ขวา แล้วจู่ ๆ นึกยังไงไม่รู้ หันมาทางซ้าย หันมาแล้วถึงกับต้องชะงักกับสิ่งที่เห็น สิ่งนั้นคือสุสานของคิดว่าเป็นทหารชาวต่างชาติที่มาทำสงครามโลกครั้งที่ 2 กันที่นี่

 

สุสานเรียงรายยาวไปช่วงหนึ่งของถนน ทันทีที่รู้สึกตัว โนะรีบสะบัดหน้ากลับมาข้างขวาแล้วสวดมนต์ในใจ แล้วคิดว่าคงไม่มีอะไร

 

ไปถึงโรงแรม ทำกิจกรรมเสร็จสรรพก็กลับเข้าห้องพัก ก่อนนอนสวดมนต์ค่ะ เวลามานอนพักต่างที่ต่างทางต้องสวดมนต์ขอเจ้าที่เจ้าทางก่อนจะนอนทุกครั้ง แต่กลับกันเวลาอยู่บ้านไม่เคยทำค่ะ คืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์และเป็นคืนเดียวที่เราจะพักที่นั้นกัน หลับสนิทค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รุ่งขึ้นวันอาทิตย์แพ็คของกลับบ้าน ออกเดินทางหลังจากทานข้าวเที่ยงกันเสร็จ มีจอดแวะซื้อของระหว่างทางด้วย กลับถึงบ้านประมาณทุ่มกว่า ๆ เห็นจะได้   ด้วยความที่นั่งรถมานาน รู้สึกเหนื่อย ๆ ก็กะว่าอาบน้ำเสร็จก็จะเข้านอนเลย

 

ขณะที่สะลึมสะลืออยู่นั้นก็รู้สึกว่าปลายเตียงมัน ยวบ ๆ "ยวบ....ยวบ....ยวบ" เป็นครึ่งวงกลมจากช่วงน่องซ้ายไปปลายเท้าจนมาถึงน่องขวา เหมือนย่ำวนด้วยเท้าหลาย ๆ เท้า พร้อม ๆ กัน โนะเป็นคนที่ตื่นง่ายค่ะ เสียง หรืออะไรนิดหน่อยก็จะรู้สึกแล้ว ๆ เรานอนคนเดียว ปิดล็อคห้องมิดชิด แล้วอะไรหล่ะ ที่ย่ำอยู่บนที่นอน แต่ยังคิดว่าตัวเองเหนื่อยมากจนฝันอะไรไปเรื่อย ก็ไม่ได้คิดอะไร รุ่งเช้าวันจันทร์ก็ไปทำงานตามปกติ เย็นกลับมาบ้านอาบน้ำเข้านอน เวลานอนโนะจะเอาแขน 2 ข้างพาดหมอนหนุนหัวไว้ค่ะ หลับไปได้แป๊บนึง รู้สึกเหมือนมีอะไรมาถูกแขน 2 ข้างของเรา ลูบขึ้น ลูบลง จนทนไม่ได้ต้องชักแขน 2 ข้างลงใต้ผ้าห่ม ตาอยากจะลืม แต่ลืมไม่ขึ้น ช่างเหอะ  นอนต่อดีกว่า เตียงก็ยัง ยวบ....ยวบ...ยวบ

ยวบ....ยวบ.....ยวบ

 

คืนที่ 3-4 ก็ยังคงเป็นแบบเดิม แต่คืนที่ 4 รู้สึกเหมือนที่อะไรมาทับที่หน้าอก ขยับตัวไม่ได้ บทสวดมนต์งัดขึ้นมาหมดเท่าที่จะนึกได้ตอนนั้น แต่ทำยังไงก็ไม่หาย ก็เอาว่าะตั้งใจอีกทีสวดมนต์ใหม่ ก็หายไปค่ะ ตื่นมาด้วยความนอนไม่เต็มทีมาหลายคืนติดกัน โกรธก็โกรธ ตัดสินใจเล่าให้แม่ฟัง

โนะ:   "แม่หนูมีอะไรจะเล่าให้ฟัง ตอนกลางคืนรู้สึกเหมือนมีใครมาย่ำบนที่นอน   แล้วก็มาลูบแขน  แล้วที่แรงที่สุดคือทับที่หน้าอก ขยับตัวไม่ได้"
แม่:    มองหน้า แล้วเงียบไปแป๊บนึง
โนะ:   คิดในใจ ตรูจะโดนว่า ๆ ไร้สาระมั๊ยเนี่ย
แม่:   ...อืม ตอนเรากับพ่อไปทำงาน แม่อยู่บ้าน แม่ก็ได้ยินเหมือนคนเดินอยู่ข้างบน
โนะ:   ว๊ากกกกกกกกกกกก ฉันไม่ได้คิดไปเอง มันมีอะไรอยู่ในห้องนอนฉันจริง ๆ 
           เอ่อ...หนูไปทำงานแล้วนะ ออกไปแบบอึ้ง ๆ 

 

พอไปถึงที่ทำงาน ด้วยความที่งานยุ่งก็ลืมเรื่องที่คุยกับแม่ เที่ยงแม่โทรมาหาแล้วพูดขึ้นกึ่งฉุนเฉียวว่า "ฉันไม่ให้เธอไปต่างจังหวัดแล้วนะ เนี่ยเค้าตามกลับมาตั้ง.....5"

โนะ:   ห๊า....อะไรนะแม่ แล้วแม่รู้ได้ไง
แม่:    ก็ฉันไปถามคนที่เค้ามีสัมผัสติดต่อกับวิญญาณได้มานะสิ เอารูปหนู กับน้องไปในเค้าดู    
ยังไม่ทันได้พูดอะไร เค้าก็ชี้ไปที่รูปหนูแล้วบอกว่า "เนี่ยไปต่างจังหวัดมาใช่มั๊ย เค้าตาม   กลับมานะ 1...2...3....4......5 แน่ะ"

มีลักษณะเป็นชายหญิงใส่ชุดโบราณ (ไม่ยักกะใช่ทหารอย่างที่คิดไว้) แม่ก็มีถามเค้าเหมือน กันนะว่า     ตามเข้ามาในบ้านได้ยังไงเจ้าที่ไม่เห็นเหรอ (แม้ว่าที่บ้านโนะไม่ได้ตั้งศาล แต่เชื่อว่าทุกทีต้องมีเจ้าที่     เจ้าทางค่ะ) เค้าบอกว่าสามารถเข้ามาพร้อมเราได้ถ้าเวลานั้นจิตของเราอ่อนแอ หรือที่เค้าเรียกกันว่าจิตตก


โนะ:  เหรอ.....แล้วเค้าบอกหรือป่าวว่าให้ทำยังไงอ่ะแม่
แม่:   บอกสิ เค้าบอกให้ไปทำสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลให้พวกเค้า ในถังสังฆทานต้องใส่พระเงิน    พระทองลงไปด้วย
โนะ:  อือ ๆ ไว้วันเสาร์ค่อยไปทำบุญนะ เดี๋ยวไปทำงานก่อนนะ บรื๋ออออ

 

วันนั้นกลับมาถึงบ้าน รู้อยู่ว่ามีอะไรคอยเราอยู่ที่บ้าน ความรู้สึกกลัวผีที่เคยมีมันหายไปค่ะ กลับมากล้าอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนนอนมีพูดก่อนว่า "อย่ากวนนะ จะนอน" แต่ไม่เป็นผลค่ะ ก็ยังคงมาย่ำเหมือนเดิม คราวนี้โนะเอาบ้างค่ะ ย่ำใช่มั๊ย โนะเอาเท้า 2 ข้างตีกับที่นอนข้าง พรางพูดว่าอย่ากวน ๆ จะนอน    ชิ.......เอาสิ เป็นแบบนี้อยู่แป๊บนึงถึงจะได้นอน  มีอยู่วันนึงเกิดลองวิธีที่ตอนเด็ก ๆ อ่านในหนังสือว่า ถ้าอยากเห็นผีให้ไปยืนหน้าวัด ตอนหลังเที่ยงคืน แล้วให้ก้มลงมองผ่านหว่างขา แล้วจะเห็น  ก็ลองทำในห้องดู แต่ใจยังไม่กล้าพอที่จะทำหลังเที่ยงคืน และไม่กล้าปิดไฟ  ก็จะก้มลง ก็ทำใจแป๊บนึง คิดว่าถ้าก้มไปมองแล้วเห็นหน้าเค้ามาจ่ออยู่ใกล้ ๆ จะทำยังไง เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน 1....2.....3   ก้มลง มองรอดขา ................................ไม่เห็นอะไรค่ะ  เฮ้ออออออออออออออ โล่งอกไปที   ผู้ติดตามทั้ง 5 ยังคงพลัดกับย่ำบนที่นอนทุกคืนจนกระทั่งคืนสุดท้ายก่อนจะไปทำบุญ คืนนั้นหลับสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

รุ่งเช้าวันเสาร์ไปทำบุญที่วัดกับแม่  หลังจากถวายสังฆทานเสร็จก็กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลเรียบร้อย ก็รู้สึกสบายใจค่ะ คิดว่าเค้าคงจะได้ส่วนกุศลที่เราทำให้ ๆ เค้าได้ไปสู่สุขติ

 

 

แม่ยังคงตามผลที่ไปทำบุญโดยการไปหาคนที่มีสัมผัสสื่อสารกับวิญญาณได้ ไปถามเค้าว่า ที่เค้าตามลูกสาวมา ไปกันหมดหรือยัง เค้ายิ้มบอกแม่ว่าไปแล้ว 4 ยังเหลือข้างหลังเราอีก 1 เค้าบอกว่าเค้าขออยู่ด้วย แล้วเค้าจะช่วยดูน้องให้ แม่บอกว่าอยู่ได้แต่ห้ามแกล้งน้อง เค้าก็รับปากและขอให้แม่หาตุ๊กตาให้เค้า 1 ตัวเพื่อที่เค้าจะได้อยู่ในนั้น ทันทีที่ออกจากบ้านของคนที่สื่อสารกับวิญญาณได้ แม่ก็รีบโทรมาบอกโนะ แล้วบอกให้โนะไปหาซื้อตุ๊กตามา


พอเลิกงานก็ไปเดินหาซื้อเลยค่ะ เอาตุ๊กตาอะไรดีนะ อ่อ แม่บอกว่าเค้าเป็นผู้ชายงั้นเเอาตุ๊กตาที่เป็นผู้ชายหล่ะกัน เดินไปตรงที่มีขายบาร์บี้ ที่หยิบมาไม่รู้ใช่เคนหรือป่าว แต่เลือกมาแบบ หล่อ คม เข้ม ที่สุด หุหุ  ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนได้เพื่อนใหม่ค่ะ เพราะน้องสาวไปเรียนต่างประเทศหลายปี ไม่ได้คิดว่าเลี้ยงผี เสี้ยงสางอะไรนะค่ะ คิดว่าก็ดี จะได้อยู่เป็นเพื่อนกัน เหอ เหอ

 

หลังจากนั้นมาก็ไม่มีอะไรแปลก ๆ อีกเลย จนวันนึงโนะนอนตะแคงข้างหันไปทางซ้าย หลับ ๆ อยู่ รู้สึกเหมือนโดยกระชากตัว   จากที่นอนอยู่ตรงกลางเตียงถูกลากมาทางขวาของเตียง หวืบบบบบบบ   โนะกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงด้วยความตกใจ ประกอบกับความกลัวสุดขีด ลุกขึ้นมาหยิบพระที่วางอยู่บนหิ้งพระ มากำไว้ในมือ แล้วก็สวดมนต์ พยายามข่มตาให้หลับ หลังจากคืนนั้นก่อนนอนทุกคืนต้องสวดมนต์ อธิฐานขอให้ไม่มีอะไรมากวนเวลานอนอีก

 

นอกจากนั้นเวลาออกไปนอกบ้านแล้วกลับเข้าบ้าน เราไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรตามเรามาบ้าง โนะจะไหว้เจ้าที่ก่อนเข้าบ้านแล้วบอกว่าไม่อนุญาตให้ใครที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้าบ้านเด็ดขาด  ต้องกันไว้ก่อนค่ะ

เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวคงไม่เชื่อ แต่ที่สำคัญไม่เชื่อ อย่าลบลู่นะค่ะ
 yano

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดี๋ปี๋ใหม๋เมื๋องเจ้า..

อะ..ปิ้ว ปิ้ว..คิคิคิ..ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#6 By กวางน้อย... on 2009-04-10 23:46

ได้ค่ะแอ้ พรุ่งนี้จะพาพี่เคนมาให้เล่นน้า หึอ หึอbig smile

#5 By yano on 2009-04-02 09:33

อิอิ บรื๋อฮะ..
แบบเล่ากับแบบอ่านนี่คนละอารมณ์เหมือนกันนะคะ
ตอนนี้พี่เคนทำไรอยู่บ้านอ่า.. ว่างๆ พามาเล่นที่ทำงานมั่งดิ


(ล้อเล่นนะตัวเอง)wink

#4 By แอ้ on 2009-04-01 14:45

คุณ n h e p h e x

จริงเหรอค่ะ ทับแล้วจะเป็นยังไงอ่ะค่ะ

ตอนโนะเข้าคอร์สเรียน CPR ครูเข้าบอกว่าหัวใจคนเราอยู่ตรงกลาง แต่มันจะมีส่วนที่ยื่นออกมาไปทางซ้ายอ่ะค่ะ เราก็เลยจะคิดว่าหัวใจอยู่ข้างซ้าย
เวลาปั๊มหัวใจถึงต้องวางมือไว้ตรงกลางเลย ถัดจากลิ้นปี่ลงไปค่ะ big smile

#3 By yano on 2009-04-01 10:46

จั่วหัวมานึกว่าเจอเรื่องใหม่อีก โชคดีนะเนี่ยที่เป็นเรื่องเดิม แค่นึกภาพตามก็หยองแล้วอ่ะwinkเคยไปเมืองกาญแต่โชคดีที่ไม่เจอไรค่ะ

#2 By คนใน on 2009-04-01 10:24

ครับ เคยอ่านหนังสือธรรมะ ท่านบอกว่า นอนให้ตะแคงขวา เพราะตะแคงซ้ายจะทับหัวใจนะครับ อันนี้ ลองดูเองครับ

#1 By n h e p h e x on 2009-04-01 09:34